*。O○ ☆ปังปอนด์☆...'s profile☆♀POUND♀☆PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 18 Truly Madly DeeplyTruly Madly Deeply
I'll be your dream, I'll be your wish I'll be your fantasy. I'll be your hope, I'll be your love be everything that you need. I love you more with every breath truly madly deeply do.. I will be strong I will be faithful 'cos I'm counting on. A new beginning.A reason for living. A deeper meaning. I want to stand with you on a mountain. I want to bathe with you in the sea. I want to lay like this forever. Until the sky falls down on me... And when the stars are shining brightly in the velvet sky, I'll make a wish send it to heaven then make you want to cry.. The tears of joy for all the pleasure and the certainty. That we're surrounded by the comfort and protection of.. The highest power. In lonely hours. The tears devour you.. I want to stand with you on a mountain, I want to bathe with you in the sea. I want to lay like this forever, Until the sky falls down on me... Oh can't you see it baby? You don't have to close your eyes 'cos it's standing right before you. All that you need will surely come... I'll be your dream I'll be your wish I'll be your fantasy. I'll be your hope I'll be your love be everything that you need. I'll love you more with every breath truly madly deeply do... I want to stand with you on a mountain, I want to bathe with you in the sea. I want to lay like this forever, Until the sky falls down on me... I want to stand with you on a mountain.... +++++++++++++++++++++++
October 11 เหนื่อยจัง= ="วันที่แสนจะอ่อนล้า~
วันนี้นั่งเขียนคาร์แรคเตอร์ขึ้นมาใหม่
เพราะรู้สึกว่า ที่ทำไปแล้วยังไม่ถูกใจ
กลับมาแก้ใหม่อีกที
คราวนี้คงจะลงตัวแร้ว
คืนนี้อาจจะลุยเขียนให้ได้หลายๆshot เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ กับภาระที่ต้องสะสาง
ไม่รู้จะเสร็จทันวันเวลาที่ขีดเส้นจำกัดไว้มั๊ย
อยากจะรีบเร่งทำให้อะไรให้เสร็จไป
จะได้มีเวลาเตรียมพร้อมกับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามา
มีหลายอย่างที่ควรจะต้องเร่งพัฒนา
ก่อนที่จะวิ่งตามใครๆไม่ทัน
ต้องพยายามอีกเท่าไหร่กัน
เหนื่อยเหลือเกิน
พอรู้ตัวว่าอาจจะต้องไปฝึกงานที่จีเอมเอม
ก็เรยคิดว่า เราน่าจะทำอะไรให้ดีกว่านี้นะ
ไม่อยากไปแบบโง่ๆ ไม่รู้อะไรเลย แล้วไปเริ่มนับ1ใหม่
แบบนั้น คงไม่เวิร์กเท่าไร
-----------------------*
เฮ้อ~คิดแล้วก็เหนื่อยใจกับตัวเอง
ทำไมถึงเป็นคนเชื่องช้าแบบนี้นะ
ยังไงก้ต้องสู้ล่ะ มาขนาดนี้แล้วนี่นา
ให้มันค่า คุ้มเงินหน่อย สู้!! October 09 วันๆdate: 9/10/06
status: เป็นหวัด ฟึดฟัดๆหายใจม่ะออก (= w =) ปวดหัว ตัวร้อน มีไข้
สภาพจิตใจ:คงที่ สภาพร่างกาย:ไม่ค่อยจะดี ประสิทธิภาพการทำงาน:เชื่องช้าลง
เช้ามืด - อากาศเย็นลง ผ้าห่มก็เหมือนจะไม่ช่วยกันหนาว
เช้า - แสงแดดอ่อนๆ ลมพัดเบาๆ
สาย - อาหารเซิร์ฟยามเช้า -*-ยอดคะน้าผัดหมูกรอบ
เที่ยงวัน - ออกไปหอเด๊ก- -"
บ่าย - ไปช่วยหมูอ้วนเปิดร้านใหม่
เย็น - ว่าด้วยเรื่องการ์ตูน(ต่อ)
ค่ำ - อยู่กับคอมเน่าๆกับเอมเอสเอนออนไลน์
ดึก - โทรศัพท์
เที่ยงคืน- นอน
เป็นการอัพบล็อคที่ทุเรศจริงๆ- -"
September 30 บ่ายสองสิบเจ็ดนาที10นาฬิกา ฉันกลับมานั่งประจำที่เก่า เก้าอี้สีดำตัวเดิม
โทรศัพท์ก็วางอยู่ข้างๆคีย์บอร์ด...
ไม่ว่าฉันจะคว้ามันขึ้นมาดูสักกี่รอบ ก็ยังไม่มีแม้แต่miss callปรากฏ
จิตใจของฉันดิ่งลงสู่ความเหงา ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำหน้าที่ของตนให้เสร็จสิ้น
มองดูตุ๊กตาน้องม๋าสีดำข้างๆมอนิเตอร์ นั่งชันเข่า หน้าตาเม่อลอยไปบนเพดาน
"ทำไมต้องทำท่าเหงาขนาดนั้นล่ะ" ฉันจับมันนั่งท่าใหม่
แต่จัดเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนมันจะอยากนั่งหอเหี่ยวท่าเดิมนั่นให้ได้
- -"
ยิ่งจ้องหน้ามัน ก็ยิ่งเหงา
"ทำไม แกไม่ทำหน้าสดชื่นปลอบจัยฉันบ้างล่ะ หืม?"
กลายเป็นเพื่อนช่วยเหงาไปซะงั้น
เมื่อเช้าวานได้ฟังเพลงๆนึง เนื้อหาประมาณว่า แอบรักคนๆนึงโดยที่ไม่รู้ว่าคนๆนั้นเค้าคิดยังไง
อารมณ์ประมาณว่าคนนึง-รัก อีกคนนึง-ให้ความหวัง?
ออกจะเศ้านิดๆตอนที่ได้ฟังเพลงนี้หลายๆรอบ
วันนี้ฉันก็โหลดเพลงนี้มาฟังอีกแล้ว (ไม่รู้จะตอกย้ำความรู้สึกไปถึงไหน)
"ถ้าเธอไม่รักกัน .. ฉันจะไม่ฝันต่อ ..
จะไม่เฝ้ารอ จะไม่คิดต่อ จะไม่ขอให้เธอนั้น เห็นใจ อีกแล้ว.." ตั้งแต่เล็ก ฉันยังไม่เคยพบใคร ที่ทำให้ฉันเศร้าได้ยาวนานขนาดนี้เลย รักจนถอนตัวไม่ขึ้น? สร้างความหวังให้ฉัน แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม ฉันไม่อยากคิดอะไรเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว ฉันมาไกลเกินไป ฉันควรจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นสักที -------------------------------------- ชื่อเพลง/Title : รู้สึกอย่างฉันไหม
อัลบัม/Album : Good September ศิลปิน/Artist : Good September เนื้อร้อง
ยิ้มที่เธอนั้นให้มาสบตามองฉัน ถี่ไหม จะได้รู้ ว่าเธอนั้นมีใจให้กับฉัน อย่ามองกันแค่ความหวัง หรือเธอจะรู้ว่าฉัน แอบมีใจ * ท่าที่เธอนั้น ยิ่งดู ยิ่งคล้ายคนที่สนใจเรา ทุกถ้อยคำยิ่งย้ำ ให้ฉันยิ่งมั่นใจ ** รู้สึกอย่างฉันไหม เผยใจเธอได้ไหม .. ให้ฉันได้รู้ใจ ว่าเธอนั้นคิด เช่นไร .. ถ้าเธอไม่รักกัน .. ฉันจะไม่ฝันต่อ .. จะไม่เฝ้ารอ จะไม่คิดต่อ จะไม่ขอให้เธอนั้น เห็นใจ อีกแล้ว.. (ซ้ำ *) รู้สึกอย่างฉันไหม เผยใจเธอได้ไหม .. ให้ฉันได้รู้ใจ ว่าเธอนั้นคิด เช่นไร .. ถ้าเธอไม่รักกัน .. ฉันจะไม่ฝันต่อ .. จะไม่เฝ้ารอ จะไม่คิดต่อ จะไม่ขอให้เธอนั้น เห็นใจ กลัวว่าสิ่งที่เธอทำนั้น อาจไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เสียใจ วู้วว .. (ซ้ำ ** ) September 24 ความรู้สึกเล็กๆในอีกมุมมองต้นไม้หนึ่งต้น....มันเกิดขึ้นจากการหว่านเมล็ด
เมล็ดหลายๆเมล็ด.....จาก10เมล็ด....จะมีเมล็ดที่สมบูรณ์พร้อมจะเจริญเติบโตได้สักกี่เมล็ด
เมล็ดที่พร้อม1เมล็ด...จะดีใจแค่ไหน...ถ้าได้งอกเงยมาชมโลกเหนือผืนดิน
---------------------------------------------------------------------------------------------- เช้านี้อากาศเย็นสบายนัก ฉันออกมาเดินเล่นริมชายรั้ว แหงนไปบนฟ้า ไม่ยักมีเมฆสักก้อน
ทีท่าว่าจะมีฝนอีกระลอก ฉันเดินสูดอากาศ รับออกซิเจนไว้เต็มปอด.........อ่า...
นานเท่าไหร่แล้วนะที่ฉันไม่ได้เห็นวิวสวยๆรอบบ้าน แต่ก็คงนานพอที่จะลืมไปว่า
สวนไม้ประดับหน้าบ้าน ได้เปลี่ยนเป็นสวนมะละกอไปเสียแล้ว
ฉันยืนมองไปบนยอดลำต้นมะละกอที่สูงตระหง่านตรงหน้า
อืม.....ได้ยินย่าแกบ่นให้ปู่ตัดทิ้ง เพราะเจ้าพวกนี้มันเป็นมะละกอตัวผู้ ไม่ออกผล
น่าเสียดายนะ มันอุส่าแตกยอด ออกดอก ชูกิ่งก้านสูงตระหง่าน ใบหยักเขียวขจี
แต่กลับไม่เป็นที่ต้องการของคนในบ้านเลย
ฉันจำได้ว่า2อาทิตย์ที่แล้ว ในเช้าวันหนึ่ง ย่าเคยตะโกนบอกให้ฉันเอามีดมาตัดเจ้ามะละกอต้นเล็กทิ้งเสีย
เพราะกิ่งของมันขวางช่องทางเดิน
ฉันนิ่งดู คลำไปตามลำต้นของมัน มันโตพอที่ฉันจะกำลำต้นมันได้อย่างพอดิบพอดี
ฉันลองเขย่าโคนต้นเบาๆ
โห....มันแข็งแรงขนาดนี้เชียวหรือ
ฉันตะโกนบอกย่า "มันโตแล้วนี่ย่า มันถอนไม่ได้"
ย่า : "เอามีดตัดโคนมันไปเลยลูก"
"........." ฉันลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะจ่อปลายมีดเข้าที่โคนต้นของมัน"ไม่ตัดไม่ได้เหรอเนี่ย"
ฉันนึกสงสารและกลัวว่ามันจะร้องไห้ "ปอนด์!...รถขยะจะมาแล้วนะลูก รีบเอาไปทิ้งใส่ถังหน้าบ้านนะลูก"
"........." ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ....ฉันลูบมือไปตามลำต้น กิ่งใบ ของมันครั้งสุดท้าย
"ขอโทษนะ...ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย"
ฉันลับตาปี๋ ฟันฉั๊บเข้าที่โคนต้น...........
..............................มันนิ่งลงแล้ว
---------------------------------------------------------------------------------------------
"มนุษย์ คิดแต่จะหวังผลประโยชน์อย่างเดียวงั้นหรือ แล้วถ้าฉัน ไม่มีประโยชน์
ฉันก็คงจะไม่เป็นที่ต้องการของใครๆเหมือนกันหรือเปล่า?"
----------------------------------------------------------------------------------------------
September 14 เรื่อง"ฉัน"เพื่อน: "ทำไม ปอนด์ชอบคนนี้ล่ะ"
ปอนด์: ......
เพื่อน: "ผู้ชายมีตั้งเยอะตั้งแยะ หาคนใหม่ดีกว่ามั๊ย"
ปอนด์: "ปอนด์ก็อยากจะคิดแบบนั้นนะ...."
เพื่อน: "ปอนด์ชอบเขามากเลยเหรอ"
ปอนด์: "ปอนด์ก็ไม่รู้ ทำไมปอนด์ต้องรอ ทำไมปอนด์ต้องคิดถึงเขา.....ทั้งๆที่ปอนด์ตั้งใจจะลืม"
เพื่อน: "......."
ปอนด์: "ปอนด์แค่อยากเห็นเขาหัวเราะ อยากเห็นเขายิ้ม อยากมองความสุขของเขา"
เพื่อน: "เหอะๆๆ...ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ เราก็ไม่เคยเป็น ไม่รู้จะแนะนำอะไร"
เพื่อน: "เราแค่อยากให้ปอนด์เผื่อใจ จะได้ไม่เสียใจ"
ปอนด์: "ปอนด์เผื่อใจไว้ตั้งแต่วันแรกที่คุยกับเขาแร้วล่ะ"
เพื่อน: ".......อืม ก็ดีแล้ว"
ปอนด์: "ปอนด์รอเค้ามาตั้งนาน รออีกนิดจะเป็นไร
รอวันที่เค้าจะคิดถึงเราสักนิด รอให้เขาจำได้ว่ามีเบอเราในเครื่อง รอให้เค้ารับรุ้ในสิ่งที่ปอนด์ต้องการบอก"
เพื่อน: "อืม คิดงั้นได้ก้ดี แต่เราว่ายังไง มองคนอื่นไว้บ้างก็ดีนะ"
ปอนด์: "ปอนด์ให้โอกาสทุกคนที่เข้ามาในชีวิต แต่ก็ยังรู้สึกว่า ที่สุดแล้ว คำตอบก็ยังเป็น"เขา"อยู่ดี"
เพื่อน: ..........
ปอนด์: "พูดอย่างกะสวย มีคนห้อมล้อม หะหะหะ บ้า ไม่มีใครมาจีบฉันหรอกย่ะ"
เพื่อน: "นั่นดิ"
"ผู้ชายมันเยอะก็จริง แต่จะกี่เปอเซนที่จะเป็น ผู้ชายอย่างหยง ผู้ชายอย่างอาร์ม"
ปอนด์: "หะหะหะหะ"
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลับมาบ้าน3ทุ่มกว่า หยิบโทรศัพท์มากดดู ยังไม่มีสายเข้า..........เหมือนเดิม
ต่อให้รู้แก่ใจ ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ แต่ในใจก็ยังแอบหวังอะไรอยู่ลึกๆก็ไม่รู้
หะหะหะหะ
อาบน้ำปะแป้งหอมๆมานั่งหน้าคอมที่เก่า
เปิดเพลงฟังเพลินๆ แล้วจู่ๆก็นึกถึงเพลง "เข้ากันไม่ได้"
หาโหลดมาฟังเล่นๆ
playซ้ำๆยังไง มันก็ไม่เบื่อสักที
คุณลองนึกภาพผู้หญิงใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นลายทหาร เกล้าผมมวยยุ่งๆนั่งทำตัวลีบๆอยู่บนเก้าอี้โยกบุหนังสีดำ
นิ้วมือเคาะแป้นไปตามจังหวะเพลง นั่นล่ะ ฉันตอนนี้เรย
เนื้อเพลงนี้มันไม่ถึงกับโดนใจฉันมากมายนักหรอก แต่ก็รู้สึกว่า มันมีบางประโยคที่อยู่ในใจ
อยากจะบอกใครสักคนเหมือนในเนื้อเพลงนั้น
อย่าหัวเราะกันนะ ถ้าฉันอัพบล็อคได้น้ำเน่ามากๆ
ช่วงนี้มันอากาศเย็นๆ มีลมฝนแผ่วๆ มันเป็นอารมณ์ของคนเหงาที่มักจะคิดถึงใครสักคนในช่วงเวลาแบบนี้
มันคงจะเป็นเรื่องที่คนๆนึงอาจจะคาดไม่ถึง
กับความรู้สึกของฉันคนนี้ที่มันเปลี่ยนแปลงไปโดยที่ฉันเองก็ไม่รุ้ตัว
ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันโตขึ้นเยอะ
เพิ่งรู้ว่าฉันสูงขึ้น1เซน น้ำหนักลดลงไป5กิโล มองโลกเป็น กว่าปีที่แล้วและก็ปีก่อนๆ
ฉันเรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมาย ในขณะที่ตัวฉันเองก็พยายามปรับตัวให้อยู่ในโลกอย่างแฮปปี้ที่สุด
**********************************
สำหรับ"เรา"ต่อให้มันเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันก็ยังยิ้มรับ
บอกกับตัวฉันเองเสมอว่า"แค่ฉันได้รักเค้าฉันก็มีความสุขแล้ว"
ขอให้ฉันได้มีเค้าไว้ให้คิดถึง หากเค้าจะคิดถึงฉันบ้างก็คงจะดี ถึงแม้จะเป็นคนสุดทายที่จะนึกถึง ฉันก็ดีใจ
แม้เขาจะมีใครอยู่แล้ว ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวาย ฉันขอแค่มองดูความสุขของเขาอยู่ตรงนี้ก็พอ
ฉันจะไม่งอนง้อขอความรักจากเขา ฉันจะรักษาระยะห่างระหว่างเรา ถ้ามันเป็นความต้องการของเขา
ฉันจะอยู่ในสายตาของเขาหรือไม่ ฉันจะไม่เสียใจกับคำตอบ
เพราะฉันมีความสุขที่จะเฝ้ามองและมีเค้าอยู่ในสายตา อยู่ในความรู้สึกดีๆ ในความประทับใจ
ในความคิดถึง ในชีวิตฉันแค่ช่วงเวลานึง ของในทุกๆวัน
***********************************
---ยังรอ
วัน(ที่เหมือนจะ)ว่างอะไรมันเต็มหัวไปหมดนะ เรื่องนู้นเรื่องนี้ เยอะแยะไปหมด
คิดงานอะไรก็ไม่ออก ตื๊บๆตันๆไปหมด
อยากจะนั่งปล่อยอารมณ์ให้มันสายลมพัดผ่านไป ไม่ต้องหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
นั่งอ่านหนังสือ เคล้าเสียงเพลงเบาๆ คงจะมีความสุขดีเนอะ
ฉันไม่อยากคิดอะไร ให้มันรกหัว ฉันอยากจะใช้ชีวิตให้มันคุ้มค่า มีความสุขให้เต็มที่
วันนี้เป็นวันว่างๆของฉันวันนึง
กำลังคิดอยู่ว่า จะหาโปรแกรมอะไรสนุกๆทำดีนะ
อยากจะออกไปเดินเล่น ถ่ายรูปเล่น นั่งสูดอากาศ มีลมเย็นๆพัดให้ตัวเย็นๆ
ฮ่า.....เเค่นึกก็สดชื่นแระ
แต่ว่า...ทำไมฉันไม่คิดได้ตั้งแต่ตอนเช้าล่ะ? - -"นี่มัน11โมงแย้ว จะไปหาบรรยากาศดีๆได้มั๊ยเนี่ย- -
อืม...จิงๆแร้วก็ยังมีภาระต้องสะสางอีกเรื่องนี่นา ต้องไปมหาลัย-*-ทำเรื่องดรอปวิชาเศรษศาสตร์ ง่าๆๆๆๆ
เวบมหาลัยก็ห่วยจริง จะเข้าไปเชครายวิชา กะชื่ออาจานผู้สอนซะหน่อย เข้าไปดูไม่ได้เรย
แร้วฉันจะไปทำเรื่องได้ไงเนี่ย หน้าตาอาจานคนสอนยังนึกไม่ออกเร้ย
จำได้แค่ว่าแก่หน่อย ตัวเล็กๆ จำได้แค่นั้น-*-ชื่อไรก็ม่ะรุ
จะไปทำธุระวันพุ่งนี้แทน ก็ไม่ได้อีก เสี่ยงเกินไป มันวันเดทไลน์แร้ว
แง้ๆๆๆๆ
ไม่เอาๆ ไม่เครียดๆ
ไปมหาลัยแหล่ะดีแล้ว ไปเดินงมๆดู (จะเจอมั๊ยน่ะ)
งืม ก็ดีกว่าปล่อยให้วันนี้ผ่านไป แร้วมานั่งหนักใจเอาวันสุดท้ายอ่ะนะ
มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเจ้า3หนัง วิ่งกระพรวนกุ๊งกิ๊ง รอบบ้าน
มันก็น่ารักดีนะ
แน่ะ ยังชมไม่ทันไร ไง๋มันกัดกันแล้วง่ะ เย้ย เพิ่งจะชมอยู่แหม่บๆ
เปลี่ยนใจ ถอนคำพูดดีกว่า
เห็นวิ่งเล่นดุ๊กดิ๊กๆกันอยู่แว๊บๆหันไปอีกที กัดหูหัดหางเห่าขู่กันซะงั้น- -"
ไมน้องม๋าช้านมันม่ะปรองดองสามัคคีกันเอาซะเลย เฮ้อ~
ใบเหลืองอะหร่างฉ่าง (ตัวหนังสือเป่งๆ "บัตรถอนวิชา")อยู่บนโต๊ะ.....
"ฉันสมควรจะออกไปทำธุระได้แล้วใช่มั๊ยเนี่ย"
- -"ชักขี้เกียจเชียว ต้องนั่งรถไปกลับอีกหรอเนี่ย งุงิๆๆ
--อืม สายแล้วด้วยล่ะ ไปอาบน้ำ ปะแป้ง แต่งสวย ดีกว่า หุหุ--
September 13 บทความดีๆเคยมีใครถามคุณไหมว่า
"ความรักคืออะไร?"
ผมคิดว่าวันนี้ผมมีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ
หากคุณคิดที่จะบอกรัก
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ
ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย
เพื่อเอาใจ...
นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย
หากคุณทะเลาะกับคนรัก
คนรักของคุณยังโทรมาแสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ
เหมือนทุกๆวัน
ทั้งๆที่ยังไม่หายโกรธ..นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ
หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ...นั่นแหละเรียกว่า
ความใส่ใจ
คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง
หากคุณต้องเดินทางไกล
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า "ถึงหรือยัง"
"ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม"
หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญไม่ว่าจะเรื่องงาน
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้
และโทรมาบอกว่า
"โชคดีนะ ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้"
หากคุณต้องขับรถคนเดียว
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า "ขับรถดีๆนะ"
หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย
ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา
และพักผ่อนมากๆ
ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ
แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?
September 08 จิตใจ=เบิกบาน//งาน=ศูนย์พอสบายใจขึ้นมา
ก็นึกขึ้นได้ว่า งานการบ้านรอยู่เพียบ
ไม่รู้จะจับงานไหนก่อนดี เยอะแยะไปหมด
วันนี้กะว่าจะไปแวะห้องสมุดซะหน่อย ฝนดันเทมาซะก่อน
เลยไม่ได้ไปหาข้อมูลทำการ์ตูนเลย T^T
กลับมาบ้านก็อ่อนเพลียจนไม่อยากจะทำอะไร....
สรุปแล้ว วันนี้ก็ผ่านไปโดยไม่มีความกะเตื้องอะไรเรย-*-
September 07 ความรักเส้นตรง__________________การตามหาเธอ มันราวกับงมเข็มในมหาสมุทรเลยทีเดียว
****************
ฉันหลงดีใจที่ฉันทำสำเร็จ และได้พบเธออีกครั้ง
ฉันสัญญากับตัวเองไว้ ถ้าฉันพบเธออีก ฉันจะสารภาพทุกสิ่งที่ฉันเก็บมานาน
แต่ฉันก็เขินอายเกินไปที่จะพูดมันออกมา
การได้เจอเธอครั้งนี้ ทำให้ฉันแน่ใจในคำตอบว่าที่ผ่านมาฉันรู้สึกยังไงกับเธอ?
แต่มันก็ไม่ช่วยอะไร...เพราะต่อให้ฉันคิดกับเธอยังไง เธอก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้อยู่ดี
เธอหายไปจากฉันอีกแล้ว
ทิ้งไว้ให้ฉันอยู่กับความทรงจำที่เลวร้ายกว่าเก่า
ถ้าฉันรู้ว่าเธอจะใช้วิธีปฎิเสธกันแบบนี้ สู้ฉันหาเธอไม่พบเลยจะดีกว่า
ฉันจะได้จดจำไว้แค่ส่วนความทรงจำดีๆในอดีตเท่านั้นพอ
ความรักของฉันเหมือนกับเส้นตรงที่มั่นคง มีให้เธอเสมอต้นเสมอปลาย
ความรักของเธอ ก็เหมือนกับเส้นตรง ที่ไม่รักฉันยังไง ก็ยังไม่รักฉันเหมือนเดิม
ด้วยเหตุของความรู้สึกที่ต่างกัน ฉันจึงทำให้เส้นของเราบรรจบกันไม่ได้
ได้แต่ขนานคู่กันอยู่อย่างนี้
ต่อให้ฉันรักเธอมากมาย หรือรักมานานแค่ไหน มันก็ไม่ช่วยเธอรักฉันบ้างเลย
การกระทำแบบนี้ใช่มั๊ย ที่เป็นคำตอบ ฉันจะได้เข้าใจตรงกัน
ถ้างั้นฉันจะได้เลิกตามเธอสักที แล้วฉันจะจำไว้แค่ส่วนความทรงจำในอดีตว่าฉันเคยมีความสุขที่ได้รู้จักคนอย่างเธอ........ September 05 ขาดวิตามินทำท่าว่าจะไปได้ดี แต่แล้วมันก็ไม่เป็นไปตามที่ฉันหวัง
ฉันคิดไปเอง ว่าเค้าคงจะชอบฉันบ้าง
ฉันหวังอะไรลมๆแล้งๆกัน
เค้ารำคานฉันรึเปล่า หรืองานเยอะ ไม่มีเวลา หรือเพราะอะไร
ทำไมฉันไม่รู้อะไรเลยนะ?
ไม่มั่นใจในตัวเองเลย.....
ทำยังไงให้เค้าชอบฉันสักนิดก็ยังดี
สงสัยฉันคงจะไม่มีเสน่ห์เอาซะเลยล่ะมั้ง
ทำไมไม่เกิดมาสวยๆ เพียบพร้อม น๊า~
เฮ้อ~
-----------------
อยากจะนั่งทำการบ้าน
แต่มันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำ
ทำไมเค้ามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของฉันมากขนาดนี้นะ
อยากจะโทไปทักทาย ก็กลัวจะไปรบกวน
ฉันจะทำยังไงดี
หรือฉันจะต้องผิดหวังต่อไป...................
September 04 สภาวะ หนักหน่วงรู้สีกล้า จนไม่อยากจะทำอะไร นั่งจ้องโทสับ ไม่มีแววที่จะมีสายเรียกเข้าเลย รอร๊อรอ เฮ้อ~
ม่ะกี๊ปุ้ยก็ส่งงานมาให้ทำอีก....หนักจัยจัง ตั้งใจจะมาทำการบ้านเก่าอ.ฮวงให้เสดซะหน่อย ดันได้งานใหม่อีกแล้ว ว๊า
คงต้องไปนอนพักสักแปบแล้วมั๊ง มันไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ไม่ไหวเลย สภาวะแบบนี้...... September 02 เวลาจ๋าผ่านไปไวๆโหน่ยจิ่09.47น.----อยากให้19.00น.เร็วๆจัง
----------------------------------
18.00น.----ใกล้แล้วสินะ
19.53น.----เวลาเดินช้าจัง
20.01น.----นั่งรอเวลา~ผ่านปาย.......
20.05น.----เมื่อไรจะ20.10น.สักทีนะ
20.08น.----อีก2นาทีแย้ว^^"
----------------------------------
20.10น.----เย้!
แต่....รออีกนิดดีมั๊ยนะ ไม่อยากโทรไปเร็วเกินไป กลัวว่าเขาจะรำคาน และอยากให้เขาได้พักผ่อนหลังเลิกงานสักนิด
ไม่อยากกวนเวลาส่วนตัวของเขาเรย แต่...เขาก็บอกเราเองนินาให้โทไปหลัง19.00น.ไปแร้ว....นี่ก็เผื่อเวลาไปตั้งชั่วโมงแร้วน๊า~
เฮ้อ~ คิดถึงจัง....
20.11น.----รออีก5นาทีแร้วกันเน๊าะ- -"
20.12น............
20.13น............
ทำอะไรอยู่น๊า......~
20.14น............
เอ๊ะ ! นาฬิกาเราเร็วกว่าเขารึปล่าเนี่ย แง้>_<
20.15น.----เย้(ยิ้ม^_____________^)
จะโทไปเรยดีมั๊ยนะ รออีกแปบดีมั๊ย? แต่...มันก็น่าจะได้เวลาแล้วมั๊ง...
เขาจะเลิกงาน+อาบน้ำ เสดรึยังนะ? งุงิๆๆๆ(พึมพำๆ)
20.16น............
เอาเป็นว่า 20.20น.ค่อยโทไปดีก่า
(นั่งจ้องนาฬิกาต่อ.....)
20.17น.----แง้ ทำไมมันนานอย่างนี้นะT--T
20.18น.----อีก2นาทีแว้ว ใจเย็นๆสิ
20.19น.----*0*
20.20น.----^0^
20.21น.----จะโทละน๊า~ (คิกๆ)
-----------------(เซนเซอร์ไว้หน่อย^^!)------------------
แห่ะๆๆ วางไปแระ*o* ทำไมมันมีความสุขอย่างนี้นะ
ดีจัยที่ซู๊ดเรย ที่เค้ายังเหมือนเดิม
เราก๊อเก่งเน๊าะ หาเค้าจนเจอจนได้ เฮ้อ~เล่นเอาท้อไปหลายตลบ 55+
สมปรารถนาสักที คนที่รอมานาน~
อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปเยอะ
แต่...ความรู้สึกฉันยังเหมือนเดิม
แล้ว...เขาล่ะ ม่ะก่อนกับตอนนี้เขาคิดยังไงฉันไม่รู้ ฉันขอแค่ได้แอบเก็บความความรู้สึกดีๆไว้ในใจ...ก็มีความสุขเหลือเกิน
แค่ได้คุยกันมันก็มีความสุขมากมาย~
อยากให้ถึงพุ่งนี้เร็วๆจังจาได้คุยกันอีก ^__^
อะไรจะแฮปปี้ขนาดนี้เนี่ย หุหุหุ
September 01 Aroud Me...หมู่นี้รู้สึกเหนื่อยใจกับสังคมรอบตัว เหมือนตัวเองจะต้องอยู่บนความหวาดระแวง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำผิดอะไรเลยแท้ๆ....
หันไปทางไหนก้อเจอแต่หน้ากาก....หน้ากาก...แระก้อหน้ากาก...พวกเค้าไม่เบื่อกันบ้างหรอ...สร้างภาพ...เสเเสร้งการกระทำ คำพูด...กระทั่งรอยยิ้ม...
มันไม่ได้มาจากจิตใจของเค้าเลยแท้ๆ ฉันเห็นจนอยากจะคลื่นไส้อยู่แล้ว...
ทำไมหรอ...ฉันทำอะไรให้คุณเดือดร้อนรึเปล่าคะ?...ถึงต้องเอาเรื่องของฉันไปโพทะนาให้คน3บ้าน8บ้านฟัง...
ข้อเสียฉันมี แถมข้อดีฉันยังมีมากกว่าคุณด้วยซ้ำ...
ต่อหน้าคุณปฏิบัติกับฉันด้วยคำพูดและรอยยิ้มเหมือนจะมีไมตรี แต่นึกหรอ ว่าฉันไม่รู้ว่าคุณคิดอะไร ภายใต้หน้ากากเน่าเฟะของคุณ
ฉันไม่ชอบปั้นหน้ากับใคร...ถ้าเป็นไปได้ อยากให้คุณรู้ว่า ถ้าคุณไม่ชอบฉัน พยายามอย่ามองหน้า ส่งรอยยิ้ม หรือพูดคุย....เพราะฉันดูคุณออก
แร้วถึงแม้คุณอยากจะพูดลับหลังอะไรก็ตาม...ฉันก็จะบอกกับคุณว่า...ฉันไม่เคยแคร์...เรื่องเลวร้ายฉันเคยเจอมาเยอะมากกว่านี้...
แค่นี้มันไม่ทำให้ฉันหวั่นไหวหรอก
อย่าพยายามสร้างกระแสเลยค่ะ...ถึงแม้คนอื่นรอบตัวฉันจะเชื่อคุณ...แต่...คนที่รู้จักฉันดี เค้าไม่มีทางเชื่อคุณหรอก
เชิญคุณไปโพทะนาได้ตามใจเลยนะคะ ถ้าคุณยังไร้ยางอายอยู่
ถึงแม้ฉันจะดูเป็นคนที่ไม่คิดอะไร ไร้สาระ...เหมือนปล่อยให้เวลาผ่านไป...ถึงฉันจะทำงานช้า...ทำอะไรไม่ทันต่อเวลา...ใช่!ฉันไม่เถียง
ข้อเสียเหล่านี้มันส่งผลกระทบถึงตัวคุณรึเปล่าคะ ถ้าใช่ ฉันยอมให้ชื่อฉันอยู่ในวงเม้าของพวกคุณก็ได้
แต่ถ้ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ผลกระทบมันตกอยู่ที่ตัวฉันเอง
อย่าสาระแนเอาไปพูดเรื่อยเปื่อยได้มั๊ยคะ...แล้วก๊อเวลาที่เอาไปพูดน่ะ เล่าให้มันจบๆด้วยนะคะ อย่าเล่าอะไรค้างครึ่งๆกลางๆ คนฟังเค้าจะเข้าใจบิดเบือน
ส่วนเพื่อนๆของฉัน ถ้าบางครั้งฉันทำอะไรผิดพลาด บอกฉันได้เสมอ ฉันไม่ใช่คนงี่เง่าที่จะมานั่งโกรธเคืองคุณ
สามารถตักเตือนได้ แต่อย่าเอาไปเล่าให้คนนอกเค้าฟัง เพราะมันไม่ใช่การกระทำที่ดี คนนอกที่ฟัง เค้าไม่เข้าใจหรอกค่ะ
แถมเค้ายังจะเอาไปเล่าต่อให้มันดุเดือดเผ็ดมันส์คูณ2คูณ3คุณ5คูณ8ขึ้นไปอีก
สังคมที่ฉันอยู่มันน่ากัวจริงๆ นี่มันไม่ใช่การ์ตูน...แต่มันคือซากความทรงจำ กับสิ่งที่ฉันต้องพบเจอ.....every time...
every day every night every where แต่ไม่ใช่กับ every body!!!
ฉันไม่ได้กลัวคนพวกนี้หรอก....แต่มันขยะแขยง
ปล. ฉันไม่เคยไม่ชอบใคร โดยฟังใครๆเล่าต่อกัน....ฉันจะไม่ชอบคนๆนั้นได้ ก็ต่อเมื่อ เค้าทำร้ายความรู้สึกของฉัน
ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณไม่ได้ทำอะไรให้ฉัน ไม่ได้แอบแทงข้างหลังฉัน คุณก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไม่ชอบคุณ แระฉันก็ไม่เคยกัดใครก่อน
เพื่อนเกลียด ก็ไม่จำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องเกลียดด้วย....เพราะมันฟังดูงี่เง่าเกินไป
แล้ว...ถ้าเมื่อไรที่ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ชอบคุณ....ฉันจะไม่เริ่มพูดกับคุณก่อน ฉันจะไม่มองหน้าคุณ และจะพยายามทำเหมือนไม่เห็นคุณอยู่บนโลก
ฉันจะไม่ใช้วิธีเป่าหูใครๆ หรือเอาเรื่องของคุณไปพูดให้คนอื่นไม่ชอบคุณ ถึงฉันอยากจะเอาคืนกับคุณเท่าไร แต่ฉันก็ไม่ทำอะไรหรอก
ต่อให้ความไม่ชอบของฉันมันจะเปลี่ยนเป็นคำว่าเกลียดขี้หน้าไปแล้วก็ตาม
August 29 "เขา"(อีกแล้ว)ไม่รู้จะคุยกับใคร เลยมานั่งๆพิมคุยกับตัวเองคนเดียว....
ค่ำนี้ที่เอาแต่นึกถึงผู้ชายในอดีตคนเดิมอยู่...และแล้วก็เกิดความคิดขึ้นว่า ทำไม...เราต้องปล่อยให้เรื่องของเขาคาใจเรามานานขนาดนี้นะ?
ทำไมเราไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะ....
พอมาถึงบ้าน ก็รีบเปิดคอมเซิร์สข้อมูลตามเว็บต่างๆ
และแร้ว...สิ่งที่เราปราถนาจะได้เห็น นั่นก็คือ....ชื่อของเขาบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
มันไม่ได้มีข้อมูลอะไร ไปมากกว่า ตัวหนังสือ ที่ระบุชื่อ รหัสประจำตัวและสถานศึกษาของเขา
แต่แค่นี้ มันกลับทำให้หัวใจของฉันพองโตอย่างบอกไม่ถูก...สิ่งที่ฉันบอกตัวเองในตอนนี้..."เขายังมีชีวิตอยู่จริงๆเหรอ ฉันฝันไปรึเปล่า"...
มันอาจจะฟังดูงี่เง่า สำหรับเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนึงที่ได้แต่เฝ้ารอผู้ชายคนนึงที่ได้หายไปจากชีวิตเมื่อหลายปีที่แล้ว....
เพียงแค่....อยากรู้คำตอบว่า เหตุใด เขาจึงเดินไปจากชีวิตอย่างเป็นปริศนาแบบนั้น...
แต่มันก็คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน....ฉันร้องไห้เสียใจอยู่2ปี สำหรับการหาคำตอบนี้...จนฉันคิดว่าฉันสามารถทำใจได้แร้ว...แต่มันก็ไม่จบแค่นั้นอยู่ดี....
เมื่อวันนึง...เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับประชากรบนโลกของเรา...นั่นคือคลื่นยักษ์...ซึนามิ...ทันทีที่ฉันได้ยินข่าว....ใจหายราวกับจะไม่มีแรง.....
ฉันพยายามเชครายชื่อผู้เสียชีวิตจากหลายๆเว็บไซน์และหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อหาชื่อของเขาคนนนั้นให้ได้....แต่มันก็ไม่พบ...ฉันก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองพลางไปว่า
"เขาคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"....ได้แต่ภาวนาขอให้เขาปลอดภัย
พอผ่านเหตุการณ์นี้ไป ฉันเริ่มใช้เวลากับการเตรียมสอบเอนทรานซ์มากขึ้น....จนเกือบลืมว่าฉันมีความลับในใจเรื่องเขาคนนี้อยู่....
แต่มันก็ไม่เป็นอย่างที่ฉันต้องการ เพราะในทุกๆปี ฉันจะต้องนึกถึงเขาอย่าน้อยเดือนละครั้ง....ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน.....
จนมาวันนี้ฉันก็อนึกถึงเขาอีกครั้ง...แต่ครั้งนี้ ฉันกลับคิดว่า...ที่ผ่านมา...ฉันมัวรออะไรกัน....ทำไมฉันไม่สะสางเรื่องที่ค้างคาใจให้หมดไปสักที
ตอนนี้...ฉันได้ข้อมูลมาน้อยนิดก็จริง แต่อย่างน้อย...ฉันก็ยังได้รู้ว่า...เขา....ยังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้....แค่นี้ฉันก็ดีใจที่สุดแล้ว.....
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะกำลังรักใคร คบกับใคร มีชีวิตเป็นยังไง...ฉันไม่สนใจ...เพราะสิ่งที่ฉันปราถนามาตลอด...คือการได้พบ ได้ขอโทดในสิ่งที่ฉันได้ทำผิด...ได้บอกถึงความรู้สึกดีๆที่ฉันมีให้เขามาตลอดหลายปี...ถึงฉันจะไม่สามารถบอกกับตัวเองได้ว่าฉันเคยรักเขารึเปล่า....แต่ฉันพูดได้เต็มปากว่าฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้เราพูดคุยกัน ถึงแม้ในตอนนั้นมันจะไม่ใช่ตัวตนอันแท้จริงของฉันก็ตาม แต่ฉันก็รู้สึกดี ที่เขายังสามารถยอมรับ และยินดีจะเป็นเพื่อนคุยให้กับฉันเสมอ...
ฟังดูแล้ว คนที่อ่านอาจจะจินตนาการผู้ชายคนนี้ไว้เลิศหรูเลยรึเปล่านะ...เขาไม่ใช่ผู้ชายในฝันหรอก...แต่เขาเป็นคนนิสัยน่ารักมากสำหรับฉัน
แล้วที่ฉันกำลังพิมอยุ่นี่ มันไม่ใช่การเพ้อฝันหรอกนะ...แต่มันเป็นเรื่องราวนึงที่ผ่านเขามาในชีวิตเป็นระยะเวลานานปีๆ...แต่แล้ววันนึง...เขาหายไป...
ทิ้งฉันไว้กับคำถามในใจมากมาย...และฉันก็พบว่า การไม่มีเขา....มันเป็นเรื่องที่ทรมานที่สุดในชีวิตช่วงนั้นของฉันเลยทีเดียว
และทุกวันนี้ที่ฉันยังพร่ำพรรณาถึงผู้ชายคนนี้...นั่นก็เพียงแค่ฉันยังรอคำตอบที่ค้างคาใจนั่นอยู่........
ข้อมูลที่ฉันหาได้ มันจะใช่เขารึเปล่า...ฉันไม่รู้...
แล้วจากนี้ล่ะ...ฉันจะทำอะไรต่อดี?......
ฉันจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ฉันกลัวมาตลอด...แต่ ฉันจะทำสำเร็จรึเปล่านะ......อืม.....ไม่รู้สิ.........เฮ้อ~ August 26 เรื่องน้ำเน่าเป็นอีกวันที่ฉันรู้สึกเหมือนยังคิดถึงใครสักคนอยู่
ความรู้สึกเดิมๆเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ยังซ้ำๆอยู่ในใจ เป็นเพราะฉันยังรักเขา หรือเป็นเพราะยังมีเรื่องคาใจเกี่ยวกับเขารึเปล่า ฉันถึงลืมเขาไม่ลงสักที
หลายครั้งที่ฉันยังร้องไห้ และเฝ้าถามกับตัวเองว่า "เขาอยู่ไหน...ทำอะไร...กับใคร...ที่ไหน...สบายดีมั๊ย...ยังจำฉันได้มั๊ย?"
ฉันมีจม.มากมายที่เขียนถึงเขา แต่เขาคงไม่มีโอกาสได้อ่าน เพราะฉันไม่เคยส่งไป ได้แต่เก็บไว้ในลิ้นชัก ปิดกั้นความทรงจำว่าทุกครั้งที่คิดถึงเขา
ฉันจะเขียนไว้ และเก็บมันให้พ้นสายตา
ฉันไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงมาตลอด ทั้งที่แท้จริงฉันอยากจะไปกดกริ่งบ้านเขา แร้วถามว่า "สบายดีมั๊ย"
แต่ก้อต้องหยุดไว้ ให้มันเป็นแค่ความคิด เพราะฉันก้อได้แค่เดินไปถึงหน้าประตูบ้านเขา แร้วก้อเดินกลับ...............
จนล่วงเลยเข้าสู่ ปีที่6 ที่ฉันยังจมกับความรู้สึกเดิมๆ ฉันพยายามลบชื่อ บ้านเลขที่ เบอร์โทร ชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับเขา..เพราะคิดว่า..วันนึง ฉันจะตัดเขาออกจากโลกของฉัน
เพราะเมื่อใดที่นึกถึงเขาขึ้นมา ฉันจะเหงา เศร้า อย่างไรเหตุผล
ฉันไม่รู้ว่ามันเรียกว่าความรักหรือเปล่า ในการที่คนๆนึงจะคิดถึงใครอีกคนนึงด้วยความห่วงใยเสมอ
และเมื่อเขาหายไปจากชีวิต คนๆนึงนั้นจะเสียใจและรู้สึกทรมานที่สุดในชีวิตกับการจากไปของใครคนนั้น
********* ถ้า ********** เป็น ********** ไปได้ ********* ฉัน ********** อยากจะ **********
ขอโอกาสสักครั้ง......ให้ฉันได้ขอโทดเธอในสิ่งที่ฉันทำผิด.......ให้ฉันได้รับรู้เรื่องราวของเธอ.......ว่าเธอยังมีความสุขดีมั๊ย........ให้ฉันได้ขอบคุณที่เธอทำให้ฉันได้รู้สึกอุ่นใจ.....และมีความสุข...........ขอบคุณที่สร้างรอยยิ้มในวันที่ฉันเหงา............ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ น้ำใจดีๆ..................ขอบคุณที่เธอสร้างฉันคนใหม่ในวันนี้ขึ้นมา........................
********************* ***********************
ฉัน...........เพิ่งรู้ว่า เธอคือสิ่งมีค่า.......ในวันที่เธอจากฉันไป..................................
************************** *************************** August 19 อาหารมื้อสุดท้ายอาหารมื้อสุดท้าย
วันนี้นู๋ออกมาพันแข้งพันขาพี่ปอนด์เหมือนอย่างเคย ชามข้าวสีเหลืองมีปลาทูเคล้าข้าว มีกลิ่นน้ำปลาหอมหน่อยๆ เมนูเดิมๆที่พี่ภูมิใจ เพราะนู๋จะกินหมดเสมอ
วันนี้นู๋ก้อกินหมดเหมือนเคย แต่วันนี้พี่ปอนด์รู้สึกเหมือนพี่ให้ข้าวนู๋น้อยไปรึเปล่า น้องเหมียวคะ นู๋หิวข้าวมั้ย ตอนนี้มันก้อเลยเวลาอาหารเย็นมาเยอะแร้ว นู๋หิวรึเปล่า
พี่ปอนด์อยากจะคลุกข้าวใส่ปลาทูเยอะๆให้นู๋กินเหมือนอย่างเคยแต่ตอนนี้นู๋คงกินอาหารฝีมือพี่ปอนด์ไม่ได้อีกอีกแล้ว.....
พี่ปอนด์ขอโทษนะ ขอโทษที่ทำให้นู๋หิว เมื่อเย็นนี้นู๋มาร้องหิวข้าวรึเปล่าคะ บังเอิญวันนี้พี่ปอนด์ออกไปข้างนอก
รอพี่นะคะน้องเหมียว
พุ่งนี้นี้เช้านู๋จะได้กินอาหารอร่อยๆนะคะ
น้องสาวของนู๋พี่ปอนด์จะให้ย่าพาไปให้คนใจดีเค้าดูแล ไม่ต้องเป็นห่วงนะ
พี่คิดถึงนู๋มากๆ อยากจะอุ้มนู๋มากอดเหมือนทุกครั้ง
พี่ขอโทษที่วันนี้พี่ทำผิดอย่างมหาศาล อย่าโกรธพี่นะคะ คงไม่มีอะไรจะทำให้พี่เสียใจได้มากกว่าการที่ทำให้นู๋เจ็บปวดทรมาน
หลับให้สบายนะคะ
พี่ขอโทษที่หาที่นอนดีๆให้นู๋ไม่ได้เพราะนู๋อ้วนเกินไป
ต่อจากนี้พี่ปอนด์คงจะไม่ได้ยินเสีงร้องเรียกของนู๋อีกแล้วใช่มั๊ย.......
พี่ปอนด์ขอโทษที่ช่วยชีวิตนู๋ไว้ไม่ได้ ขอโทษที่ทำได้แค่กอดนู๋และปลอบให้นู๋ลืมความเจ็บ แต่มันคงจะไม่ช่วยอะไรเลยใช่มั๊ยคะ
พี่ดุนู๋มากไปใช่มั๊ยคะ นุ๋ถึงจากพี่ไปแบบนี้ พี่รูว่านู๋ทรมานมาก พี่รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นนะ แต่พี่กลับทำอะไรไม่ได้..........ขอโทษนะคะ..........
พี่เสียใจ เสียใจที่สุด ทั้งๆที่พี่รักนู๋มาก แต่กลับทำให้นู๋จากไป ยกโทษให้พี่ด้วยนะคะ
ชาติหน้าพี่ปอนด์ขอให้นู๋ มีชีวิตดีๆ ไม่ต้องมาโดนใครทำร้ายอีก คืนนี้ก็หลับฝันดีนะคะ ตัวเล็กของพี่ และพรุ่งนี้ก็รอกินข้าวนะคะ พี่จะไปใส่บาตรให้นู๋
**ลูกช้างขอขมาในสิ่งที่ลูกช้างได้ทำผิดครั้งใหญ่ ขอให้ดวงวิญญาณของน้องเหมียวตัวน้อยจงไปเกิดในภพชาติที่ดี อย่าได้มีชีวิตที่ลำบากหรือโดนใครทำร้ายอีกแลยนะคะ**
ฝันดีตลอดไปนะคะ July 30 ความเชื่อ?ไปอ่านเจอมาจากเว็บนึงแร่ะ มีกระทู้อยู่อันนึงเป็นคาถาใช้เป่าเด็ก เค้าบอกว่าเด็กเกิดใหม่น่ะบางคนที่อายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบ มักจะร้องไห้งอแงในเวลากลางคืน(โคลิคง่ะเป่า(~. .~)) คนเขมรสุรินทร์สมัยก่อนเค้าก็เรยมีคาถาเป่าให้เด็กหยุดร้องจนหายเป็นปกติ คาถานั้นมีว่า "นะศูนย์ สารพัดพิษทั้งมูล ศูนย์โดยนะโมพุทธายะ โมศูนย์ สารพัดพิษทั้งมูล ศูนย์โดยนะโมพุทธายะ ยะศูนย์ สารพัดพิษทั้งมูล ศูนย์โดยนะโมพุทธายะ" แล้วก็เป่าตั้งแต่ศีรษะเด็กลงมาทางด้านข้างจนถึงเท้า ทำอย่างนี้สามครั้ง ถ้าเด็กนั้นเป็นตานขโมย ผอมแห้งแรงน้อย(เหมือนขาดสารอาหาร-*-) ก็จะเอารากส้มโมง (ชะมวง) ตัดสั้นๆ แล้วผูกเอวเด็กไว้ อาการจะค่อยทุเลาลงจนหายไปในที่สุด คาถานี้นอกจากจะใช้เป่าเด็กแล้ว ยังสามารถเอาไปเป่าแก้สัตว์มีพิษ เช่นผึ้ง ต่อ แตนต่อย หรือถูกปลาดุก ปลาขแยงยักเอาก็ได้ โดยตั้งนโมก่อนสามจบ แล้วเอามือคลึงๆ ตรงที่ถูกต่อย ว่าคาถาเสร็จแล้วก็เป่าลงไปตรงนั้น (โดยทำสามครั้งเช่นกัน) ไม่รู้มันจะจริงรึเปล่าเน๊าะ น่าลองๆ ว่าแล้วเย็นนี้ ไปตีรังผึ้งเลยดีก่า ทดสอบๆ อะฮิๆๆๆ
July 27 "หน้ากาก"เช้าวันนี้ รีบตื่นมานั่งคิดไอเดีย ที่จะพ๊อตเรื่องสั้นสักเรื่อง เพื่อสร้างคาแลคเตอร์สักตัว แล้วก็นึกถึงพ๊อตเรื่องของปุ้ย ที่ได้คุยกันเมื่อวานในห้องสมุด ก็เรยไปหยิบหนังสือมาเล่มนึง จากตู้หนังสือที่ไม่เคยได้สัมผัสมาหลายเดือน มันเป็นงานเขียนของคุณวินทร์ เลียววาริณ เป็นนักเขียนที่ฉันชอบมากท่านนึง
ไม่รู้ว่ามันเป็นเฉพาะสังคมไทยรึเปล่านะ ที่มนุษย์เราจะแสดงท่าทีออกมาตรงกันข้ามกับความรู้สึกหรือตัวตนที่แท้จริง ที่จะกล่าวถึงในบรรทัดข้างล่างนี่ มันเป็นบทความ(เกือบยาว)ที่คุณวินทร์ ได้เขียนไว้ในหนังสือ "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน"ลองอ่านดูนะ ถ้ายังไม่เคยอ่าน
"หน้ากาก" "ตำรา How to ของฝรั่งมากมายสอนให้คนรู้จักคำว่า"ไม่" ออกมา ให้กล้าและรู้จักแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไ ม่หลอกตัวเองและคนอื่น เคยแปลกใจว่าทำไม พวกฝรั่ง ถึงสามารถเขียนหนังสือออกมาได้ครอบคลุมทุกอย่างในโลก แม้แต่เรื่องที่ดูไม่เป็นเรื่องแท้ๆยังเขียนออกมาขายได้ แต่ใคร่ครวญดูแล้ว กลับเห็นว่า หัวเรื่องนี้ดูเป็นสิ่งธรรมดา แต่เเท้จริงแล้วยากเย็นแสนเข็ญในการปฎิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมตะวันออก คุณเคยไปเยี่ยมบ้านเพื่อน(คนที่คุณไม่สนิทนัก)สักคนยไหม คุณทำอย่างไรเมื่อเจ้าของบ้าน เอาวิดีโอเทปงานแต่งงานยาวห้าชั่วโมงสี่สิบสองนาที หรืออัลบั้มรูปถ่ายโคตรของเขามาให้ดู คุณดูไปฝืนยิ้มไป ฝืนหัวเราะแทรกไปในบางครั้ง ทั้งที่ในใจเบื่อที่สุด คุณกำลังสวมหน้ากาก จะว่าไปแล้ว เทคนิคการสวมหน้ากากไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันกลายเป็นหัวข้อที่สถาบันสอนกิริยามารยาทสังคมนำมาสอน ในหลักสูตรราคาแพง วิธีดำเนินชีวิตต่อหน้าผู้อื่นให้ดูดี ผูกเนคไทสีอะไร ในโอกาสไหน ยืนอย่างไร เดินอย่างไร ถือแก้วเหล้าเช่นใดให้ถูกต้องตามธรรมเนียม ไวน์แดงกินกับเนื้อ ไวน์ขาวกินกับปลา ใช้ช้อนคันไหนก่อน พูดอย่างไรให้คนอื่นคิดว่าเราสนใจเขา เมื่อใดควรกล่าวคำชม เมื่อใดควรถาม ถามอย่างไรให้น่าสนใจ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คนอื่นพอใจ เพราะเราต้องการให้ตัวเองดูดี ส่วนตัวเราเองชอบหรือไม่ ไม่สำคัญ คุณมองไม่เห็นหน้ากากเวลาที่คุณสวมมันเข้าไปแล้ว เคยสงสัยว่าความอายเกิดมากับมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด เป็นพิมพ์เขียวชีวิต หรือจากวิวัฒนาการของระบบสังคม? ทำไมคนจึงสามรถเลือดฉีดหน้าด้วยความอายได้? หน้ากากติดมากับคนตั้งแต่ช่วงไหนของอารยธรรมมนุษย์ใช่ไหม มันมาพร้อมกับสิ่งที่เราเรียกว่าวัฒนธรรม? ยิ่งวัฒนธรรมพัฒนาไป หน้ากากยิ่งมีหลายใบ? ในสมัยหิน คนอยากทำอะไรก็ทำ อยากกินก็กิน อยากเสพเมถุนก็เสพ ครั้นถึงสมัยคนสวมเสื้อผ้าหนาขึ้น ผิวหน้าคนก็เริ่มบางลง คำถามคือ ในเมื่อเราทุกคนก็รู้ว่าเราสวมหน้ากากเข้าหากัน ต่างรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกัน ทำไมยังต้องสวมมันอยู่ ทำไมไม่สลัดมันให้หลุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้ากากในเรื่องเพศ มีหลายปัจจัยที่ทำให้คนเราต้องพูดอย่างทำอย่าง ความเกรงใจ (สังคมตะวันตกไม่มีคำนี้ในพจนานุกรม) ความเหมาะสม วัฒนธรรม มารยาท ค่านิยมของสังคม ปัจจัยเหล่านี้หล่อหลอมคนทุกคนไม่เหมือนกัน ทำให้แต่ละคนต่างมีซอกมุมเร้นลับของตัวเอง มีความเป็นส่วนตัวซึ่งมนุษย์สมัยหินไม่เคยได้ยิน เมื่อยังเป็นเด็ก เห็นฝรั่งกอดจูบกันในสวนสาธารณะ ชาวบ้านมีทีท่าตกใจ พูดกันสามวันเจ็ดวันว่าไม่มียางอาย คำว่า ยางอาย ก็น่าจะเป็นอีกสิ่งประดิษฐ์หนึ่งที่คนสร้างขึ้น นอกไปจากระบบ ศีลธรรม กฎหมาย ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณี หน้ากากในเรื่องเพศดูเป็นเรื่องที่ปกปิดกันมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเพศที่สังคมว่าวิตถาร เช่น เกย์ ตุ๊ด ถ้าคุณรู้ว่าลูกชายเป็นเกย์ คุณอาจจะกลุ้มใจไปตลอดชีวิต ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่ามันเป็นสายพันธุ์และ ระบบร่างกาย ถูกกำหนดมาแล้วโดยยีน โดยระบบฮอร์โมนและสารเคมีในร่างกาย เป็นมาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ใช่เกิดจากการเลี้ยงดู ในบางสังคมหากคุณเป็นเกย์ คุณอาจต้องปิดบังความจริง หากคุณมีรสนิยมวิตถาร (กำหนดโดยสังคมอีกนั่นแหล่ะ) คุณไม่ยอมให้ใครรู ถึงแม้ว่าในใจคุณอยากเปิดเผยให้กายอึดอัดใจ อยากให้คนอื่นยอมรับคุณในตัวตนแท้จริงของคุณ แต่กฏบางอย่างค้ำคอคุณอยู่ ทั้งที่ในสมัยมนุษย์หิน อาจมีคนป่าที่เป็นเกย์เสพเมถุนกันโดยที่ไม่มีใครสนใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าวัฒนธรรมไม่ได้ทำให้คนมีความเสรีมากขึ้น ตรงข้ามอาจลดน้อยลง เป็นสัดส่วนปฏิภาคกับหน้าตา คุณสวมหน้ากากวันละกี่ชั่วโมง? คุณทำอะไรเมื่อถอดหน้ากากออกมา เมื่ออยู่คนเดียวในห้องที่ปิดขัง? -แก้ผ้าออกหมด? -ร้องเพลงดังๆ? -พูดสกปรก? -ด่าเจ้านาย ด่าคนที่คุณเกลียด แต่ต้องอยู่ด้วย? มันกินเวลานานเท่าใดในการวิวัฒนาการจากสังคมมนุษย์ยุคหินที่ปลอดระบบใดๆจนเกิดความอาย และได้ผลลัพท์ออกมาเป็นเสื้อผ้าและหน้ากาก? เราอาจทำความเข้าใจได้ไม่ยากว่าระบบศีลธรรม ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ อีกทั้งเพื่อให้การปกครองและการอยู่ร่วมกันในสังคมง่ายขึ้น แต่นานวันเข้ากลายเป็นกับดัก เรามักได้ยิน: เพราะปู่ย่าตายายทำอย่างนี้ เพราะพระคัมภีร์ว่าไว้อย่างนี้ เพราะนี่เป็นสิ่งที่เราปฎบัติกันมานานนม เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด ฯลฯ พระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนด้วยหลักกาลามสูตรเมื่อสองพันกว่าปีก่อนแล้วว่า อย่าเชื่อเพียงเพราะสมณะบอก อย่าเชื่อเพียงเพราะมีคนบอกต่อกันมา อย่าเชื่อด้วยการกล่าวอ้างตำรา คัมภีร์ฯลฯ แต่สองพันกว่าปีที่ผ่านมา มีใครสักกี่คนที่สามรถปฎิบัติได้? ทั้งหมดนี้มิได้ชักจูงให้เห็นว่าระบบกฏเกณฑ์เป็นสิ่งไม่ดี เพียงแต่ว่าทุกอย่างในโลกและจักวาล เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา กฏที่ดีที่สุดในสมัยหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับอีกยุคหนึ่ง เพราะตัวแปรเปลี่ยนไป หรือมีปัจจัยตัวใหม่เข้ามาเป็นตัวแปร คนบนโลกอีกสามร้อยปีข้างหน้า อาจไม่ต้องใช้ระบบศีลธรรมเลย เพราะวิศวพันธุกรรมอาจสามารถสร้างคนพันธุ์ใหม่ที่โกหกไม่เป็น เป็นต้น การติดยึดกับระบบบางอย่างโดยไม่หมุนตามโลกจึงก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมา อย่างไรก็ตามการพยายามหนีจากกรอบ ไม่ให้กรอบมาบังคับเรามากเกินไป แม้จะเป็นสิ่งที่ดี คือทำให้เป็นอิสระขึ้น แต่ปัญหาคือ หลายคนตกอยู่ในกับดักของการพยายามหลุดพ้นจารกกฏเกณฑ์ นั่นคือการดำเนินชีวิตทุกอย่าง ต้องไม่มีกฏจนกระทั่งนั่นกลายเป็นกฏ! เรื่องเพศ(ที่สังคมจัดว่า)วิปริตก็เช่นกัน เป็นเรื่องธรรมดาในทางวิทยาศาสตร์พันธุกรรม แต่เมื่อขัดกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นที่เรียกว่า ศีลธรรม ก็จำเป็นต้องปิดบัง เมื่อมีการปิดบังก็ขาดเสรี เป็นตัวทำให้คนทุกคนมีสองด้าน คืด้านที่เปิดเผยให้สังคมรับรู้ กับด้านที่พวกเขาซ่อนเร้นไว้ สัดส่วนทั้งสองจะมากน้อยแล้วแต่คน หากอย่างแรกมากกว่า ชีวิตก็จะมีอิสระกว่า ไม่มีเรื่องกังวลใจ เราจะพบอะไร หากสามารถเข้าในใจพวกเขา หรือแอบดูพวกเขาหลังหน้ากาก?" July 26 เปิดบล็อค อยากจะมาเปิดบล๊อคตั้งนานแร้ว แต่ก้อไม่รู้ว่าจะพิมอะไรลงไปดี
พอไม่มีความเหงา ความเศร้า ความสุข มันจะไม่เกิดบิ้วอารมณ์ในการจะเขียนบันทึก-*-
รู้สึกว่าบล๊อคเรามันช่างว่างเปล่า มันน่าจะมีอะไรมาแต่งเติมกะเค้าบ้าง แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะใส่อะไรลงไปดี
แต่เป็นเล่นไป พอพิมๆไปมันช่างเพลินซะงั้นแหร่ะ นี่ขนาดไม่มีอะไรจะพิมนะเนี่ย ปาเข้าปายบรรทัดที่4- -"
งิงิ ยังไม่มีอะไรจะระบายลงปายหรอก มีแต่เรื่องอยากบ่นๆกับตัวเองมากฟ่า วันๆก้อได้แต่นั่งคิด
"โอ๊ย งานฉ้านไม่เสดๆๆๆ" เวงเอ๊ย!งานมันจะเสดได้งาย ก้ออิคนบ่นมันยังนอนกระดิกหางอยู่บนเตียง-..-
มันจะเอาอะไรไปคืบหน้า ผีบ้านผีเรือนจะบันดาลให้การบ้านเส็ดเองได้มั๊ยน่ะ- -"
เฮ้อ...~ ทำไมเหมือนเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่เข้ามาในชีวิตเรยนะ
หรือฉ้านกะลังจะเข้าวัยคุณป้า มานั่งหดหู่ทำไมกันนี่ ทำหน้าเซ็งอย่างกะหลานไม่มาเยี่ยมบ้านซะงั้น เย้ย~
จะเหงาก้อไม่เหงา จะสุขมันก้อไม่เชิง จะเศร้าก้อไม่ใช่ แร้วตกลงฉ้านจะอยู่ในอารมณ์ไหนดีล่ะเนี่ย
ว่าแร้วก้อออกไปข้างนอกดีกว่า นั่งเพ้อเจ้อไปก้อไม่ได้อะไร-*- ออกไปเดินดูอะไรเพื่อจะปิ๊งไอเดียมั่งดีก่า
CREATIVEๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(คำนี้มันหลอนหูจิงๆ)
********************************************************************************** |
|
|