*。O○ ☆ปังปอนด์☆...'s profile☆♀POUND♀☆PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 10

    "นานอีกหน่อย"

    เสียงคลื่นน้ำกระทบฝั่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่.ฉันไม่ทันนับ

    เพียงเพราะสัมผัสไออุ่นจากแผ่นหลังที่พิงอยู่ นั้นช่างอบอุ่นจนลืมทุกสิ่ง…..

     

    สุดลูกตาบนฟ้าไกล ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับ

    ฉันคิดไปเองหรือเปล่าว่าบนฟ้านั้น ไม่ได้มีแค่สีส้ม

     

    เรา ไม่ได้สนทนากันเหมือนตลอดทางที่เดินผ่าน

    แต่ฉันกลับมีความสุขเหนือเวลาใด

     

    วันนี้ฝนจะตกหรือเปล่านะ..............เธอเริ่มบทสนทนาแรกขึ้น

    ฉันแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง................(ถ้าวันนี้ฝนตกก็ดีน่ะสิ)

    .............................

     

    เสียงน้ำกระทบฝั่งอีกครั้ง

    ว๋ายยยยยยยยยยย...........ย~”

    5555  เปียกอ่ะดิ่

    ฉันทำหน้างอนๆ  ลุกขึ้นดึงชายเสื้อบิด

    เธอส่ายหน้าเบาๆ

    กลับรึยังล่ะ  หรือจะรอจนน้ำขึ้นกว่านี้ ไม่มีที่ให้นั่งแล้วนะ

    ฉันชะโงกหน้าไปเหนือน้ำที่กระทบฝั่งแรงขึ้นกว่าเดิม

    เธอยิ้ม เมื่อเห็นฉันทำหน้าหงอยๆ

     วันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้

    .............................

    เราสองคนเดินออกมาจากที่ตรงนั้นเงียบๆ

    .............................

     

    เธอกลับยังไง 

    แล้ว นายกลับยังไงล่ะ

    ก็เดี๋ยวเราไปขึ้นเรือที่ท่าเดิมน่ะ

    งั้น......เรา กลับด้วยสิ

    ถึงบ้านเหรอ?

    ถึงสิ   เดี๋ยวเราก็ข้ามสะพานมาต่อรถอีกทีไง

    อืม งั้นก็ได้

    ............................

     

    เรือแล่นผ่านแสงไฟจากบ้าน ร้านอาหาร ริม 2 ฝั่งแม่น้ำ

    สายลมพัดหน้าฉันจนชา  เส้นผมที่กำลังยาวของเธอลงมาปรกใบหน้า........

    หลายนาทีที่สายตาฉันยังจ้องมอง  ก่อนเธอจะหันมา    

    ง่วงแล้วล่ะสิ   นี่ถ้ากลับรถเมล์แต่แรกก็ถึงบ้านแล้วมั้งป่านนี้

    ก็เราชอบ...บรรยากาศแบบนี้น่ะสิ

     

    ยิ้ม...............................

     

    ..................................

    แร้วเอาไงต่อ  ไปทางไหนล่ะ  เธอถามเมื่อเห็นฉันยืนเงอะงะอยู่ริมท่า

    แห่ะๆ.........ต้องขึ้นสะพานนี้ไปล่ะมั้ง

    เดินไปได้เหรอ  ไกลนะ

    ได้สิ  มีทางให้ไป  ยังไงก็ต้องถึง 

    ไม่ต้องห่วงน่า  บอกว่าไปได้ก็ต้องได้สิ  ไปละ  เจอกันพรุ่งนี้นะ บ๊ายบาย

    เธอยืนงงๆ   ไม่พูดอะไร……………….

     

    ………………………………

    บนสะพานแห่งนี้  ยาวไกลกว่าที่เห็นตอนแรกเยอะ 

    เมื่อไหร่จะถึงฝั่งโน้นสักทีนะ...................

     

    เส้นทางที่เดินผ่าน ผู้คนไม่รู้จักหน้า.......ความน่ากลัว

     

    รอมั่งสิ

    อ้าว........เดินมาทำไมน่ะ

    ก็นี่มันมืดแล้ว  เป็นผู้หญิงคนเดียว จะปล่อยให้เดินไปได้ไงล่ะ  เดี๋ยวไปส่ง

     

    ยิ้ม.......................

     

    กลายเป็นตอนนี้ที่ฉันภาวนาให้สะพานสายนี้ทอดยาวไปไกลแสนไกล........

     

    …………………..

    รถแล่นผ่านไปคันแล้วคันเล่า

     ไปสายไหน  เดี๋ยวดูให้  ยืนทื่อแบบนี้เมื่อไหร่จะได้กลับล่ะ

    แห่ะๆ 

     

    เขยิบมานี่สิ

    หืม ทำไมเหรอ

    ฉันเชื่อฟัง    เขยิบมาใกล้เธอ แทบจะชิดลำตัว  เธอถอยมายืนด้านหลัง   ไม่มีคำตอบใดๆ

    อีกครู่นึงที่ฉันหันไปสังเกตเห็น  ชายแต่งตัวมอมแมม  ผมเพร้าหลุดลุ่ย  ท่าทางไม่ปรกติเดินถือขวดน้ำ 

    ปากบ่นงึมงำๆ  กำลังเดินมาใกล้   (อืม....อย่างนี้นี่เอง ...................... (ยิ้ม)..................................)

     

    อ้าว  นั่นรถที่เธอจะไปนี่

    ไม่เป็นไรหรอก  เดี๋ยวอีกคันก็มา 

     

    อีกหลายนาทีต่อมาที่ฉันยังยืนอยู่ใกล้ๆเธอเหมือนเดิม.............

     

    รถมาแล้ว   มือไม้เธอโบกใบ้ให้รถเมล์สายนั้นจอด  กลับบ้านดีๆล่ะ ถึงบ้านแล้วโทรบอกด้วยนะ

    อืม......ขอบใจนะ

     

    เสี้ยวนาทีนั้นที่ฉันอยากจะให้รถเมล์สายนั้นหายไป.................

     

    ฉันมองเธอครั้งสุดท้าย ก่อนรถจะแล่นพาฉันไปจากสะพาน  สายน้ำที่มองเห็นในตอนแรกนั้นไปไกล.........ไกลขึ้นทุกที.........